เทคนิคจัดสัมภาระขึ้น รถกระบะรับจ้าง แบบมืออาชีพ

เทคนิคจัดสัมภาระขึ้น รถกระบะรับจ้าง แบบมืออาชีพ เคยใหม? ตอนจัดของขึ้นรถคิดว่าหยิบออกง่าย แต่พอถึงเวลาต้องการใช้กลับหาไม่เจอ ต้องรื้อกระจุยทุกที หรือสัมภาระแตกหักเมื่อถึงที่หมาย ทำให้กวนอารมณ์ไม่น้อย ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเพียงทำตาม 5 ขั้นตอน

5 เทคนิคจัดสัมภาระขึ้นรถกระบะรับจ้าง แบบมืออาชีพ

เมื่อถึงเวลาที่ต้องเดินทาง ไม่ว่าจะออกท่องเที่ยวสุดสัปดาห์ กลับบ้านที่ต่างจังหวัด หรือไปร่วมงานสำคัญของญาติสนิท ตามธรรมเนียมไทยก็หนีไม่พ้นเรื่อง ”ของฝาก” ทั้งเรานำไปฝากคนอื่นตอนขาไปและขนมาฝากเพื่อนร่วมงานตอนขากลับ อีกทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวทั้งหลายที่ต้องนำติดตัวไปอีก ทำให้หลายคนมักประสบกับปัญหาในการจัดสัมภาระในรถ เกิดความหงุดหงิดอยู่เสมอ ทั้งข้าวของเสียหายเมื่อถึงปลายทางหรือหยิบจับใช้ยากเมื่อถึงเวลาจำเป็น นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดรอยขีดข่วนที่ตัวรถ รวมไปถึงอาจเกิดอันตรายได้หากการจัดวางน้ำหนักสัมภาระไม่สมดุลกัน การควบคุมรถโดยเฉพาะขณะบังคับเลี้ยวจะยากขึ้น ซึ่งเรามีเทคนิคง่ายๆเพื่อจัดการกับปัญหานี้มาฝากกัน

1. จัดรายการกระเป๋าเดินทาง

การจัดหมวดหมู่รายการกระเป๋าเดินทาง เป็นขั้นตอนต้นๆที่ควรทำ เพราะเราจะได้รู้ว่านำอะไรไปบ้าง โดยมีหลักการง่ายๆคือ สัมภาระที่มีขนาดหนักที่สุดหรือไม่จำเป็นที่สุดระหว่างการเดินทาง ควรจัดอยู่ในระดับต่ำสุดของช่องเก็บสัมภาระ ซึ่งใช้หลักของศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงที่มีผลต่อการควบคุมรถโดยอัตโนมัติ ควรวางสัมภาระให้อยู่ชิดกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องคอยระวังหีบห่อไม่ให้บดบังทัศนวิศัยของกระจกหลัง

2. ใช้ภาชนะบรรจุของเหลว

ควรตรวจสอบฝาปิดทั้งหลายให้ดีว่าแน่นพอหรือไม่ หากบรรจุด้วยขวดแก้วให้ห่อด้วยกระดาษหรือหุ้มด้วนพลาสติกกันกระแทก แล้วรวบรวมภาชนะบรรจุของเหลวทั้งหมดใส่กล่องใหญ่อีกทีป้องกันกระกลิ้งไถล ไม่ควรนำของเหลวไว้ด้านท้ายสุดเพราะจะรับแรงกระแทกมาก ให้จัดไว้ช่วงกลางหรือถ้าไม่จำเป็นต้องด่วนใช้ก็นำไปไว้ส่วนในสุดจะดีกว่า และที่สำคัญต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าของเหลวเหล่านั้นไม่มีวัตถุไวไฟปะปนเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

3. จัดลำดับการลำเลียงสัมภาระ

โดยสัมภาระที่ต้องขนลงก่อนในวางไว้นอกสุดลดหลั่นลงมาตามความสำคัญ หากเคลื่อนย้ายของจะได้ไม่ต้องรื้อสัมภาระทั้งหมดออกมาให้วุ่นวาย และเสียเวลา

4. ใช้ที่ยึดหรือตาข่ายหุ้มสัมภาระ

ปัจจุบันรถรุ่นใหม่ๆจะมีตะขอเพื่อยึดสัมภาระมาให้ ควรหุ้มด้วยแผงตาข่ายแล้วยึดด้วยเชือกตะขอทับอีกครั้ง หากเป็นสัมภาระขนาดเล็กจุกจิกให้ใส่รวมกันในกล่อง เพื่อไม่ให้สัมภาระร่วงหล่นระหว่างทางหรือกลิ้งไปมาจนเสียหายแตกหักได้ หากสัมภาระมีขนากยาวเลยกระบะหรือสูงมากกว่า 1.5 เมตร ให้ผูกด้วยผ้าแดงเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้สัญจรอื่นๆสังเกตุได้ง่าย

5. รองกระบะหรือช่องเก็บสัมภาระ

ในรถกระบะแบบใหม่มักจะออกแบบพื้นกระบะป้องกันรอยขีดข่วนมาให้ ซึ่งสะดวกแก่ผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก แต่สำหรับรถรุ่นเก่าหรือรถเก๋งทั่วไปนั้นควรรองพื้นที่เก็บสัมภาระก่อน โดยส่วนมากมักนิยมรองด้วยกระดาษลัง ซึ่งมีความหนานุ่ม รับแรงกระแทกได้ดี อีกทั้งยังหาได้ง่ายด้วย

เพียงเท่านี้ ก็สามารถเดินทางไกลได้แบบไร้กังวล แม้ว่าสัมภาระจะมากแค่ไหนเราก็จัดการได้ รับรองได้เลยว่าของฝากถึงที่หมายโดยปลอดภัยไม่แตกหัก หรือร่วงหายระหว่างทางแน่นอน